สุขภาพดีสร้างได้ กับ 5 วิธี ทำตามแล้วเปลี่ยนชีวิตเลย

สุขภาพดีสร้างได้ กับ 5 วิธี ทำตามแล้วเปลี่ยนชีวิตเลย

สุขภาพที่ดีใคร ๆ ก็อยากมี แต่วิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การเสพสื่อโซเชียล ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้สุขภาพของเราทรุดโทรมทั้งนั้น ดังนั้นผมจึงมีวิธีสร้างสุขภาพดีง่าย ๆ ที่อยากบอกต่อ ซึ่งหากคุณสาว ๆ ได้ทำตามล่ะก็ รับรองเลยว่า สุขภาพจะดีขึ้นแน่นอน

1. การเลือกรับประทานอาหาร 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย การจะเกิดผลดีหรือผลเสียนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพราะร่างกายจะนำไปพัฒนาและซ่อมแซมในส่วนต่าง ๆ ควรลดอาหารที่มีแคลอรีสูง ของทอด ปิ้ง-ย่าง หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ เพราะหากร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายในที่สุด ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์

2. บริหารสมอง 

การบริหารสมองก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ ลองหาเกมฝึกสมองมาเล่น เช่น เกมอักษรไขว้ เกมจำตำแหน่งภาพ เกมจับผิด เกมซูโดกุ หรือเกมหมากรุกจีน เป็นต้น ควรหันมารับประทานผลไม้พวก ส้ม องุ่น เบอร์รี่ให้มากขึ้นด้วย เพราะผลไม้จำพวกนี้มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้ หรือการหัวเราะก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายจะหลั่งสารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลดีทั้งร่างกาย จิตใจ อีกทั้งคนรอบข้างก็จะมีความสุขตามไปด้วย

3. พักสายตาจากการเสพสื่อโซเชียล 

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนหรือทำอะไรก็ต้องถ่ายรูป แชร์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไม่ให้พลาดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะให้ผลดีแก่เรา แต่ถ้าใช้มากเกินไปนอกจากจะทำให้เป็นคนติดโซเชียลแล้ว ยังอาจทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า หรือตาแห้งเพราะต้องคอยจ้องอยู่ที่หน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเบลอ สายตาพร่ามัว หรือสายตาสั้นได้ ทางที่ดีควรพักสายตา และบริหารดวงตาของเราด้วย เช่น กระพริบตา กลอกตาไปมาเพื่อป้องกันตาแห้ง หรือมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกล ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายดวงตาลงได้ และถ้าลดโซเชียลลงบ้าง ก็จะทำให้ไม่ต้องเครียดจากการเสพข่าว สุขภาพจิตดีขึ้น

4. ออกกำลังกาย 

การออกกำลังกายนอกจากจะได้สุขภาพที่ดี เพราะอวัยวะภายในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังทำให้เรามีภูมิต้านทานห่างไกลโรคภัยต่าง ๆ สุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีหลังเลิกงาน ลองเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ หรือจะวิ่ง จะแอโรบิค ก็ล้วนแต่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีทั้งนั้น แต่หากใครไม่มีเวลาออกกำลังกายจริง ๆ งานบ้านก็อาจจะช่วยได้เหมือนกัน เช่น ทำสวน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทั้งยังทำให้บ้านสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

5. พักผ่อนให้เพียงพอ 

เมื่อทำกิจวัตรต่าง ๆ ในแต่ละวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอน เพราะร่างกายจะได้ซ่อมแซมฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงและนอนให้เป็นเวลา เพราะหากนอนดึกเกินไป ร่างกายอาจเหนื่อยล้าได้ อีกทั้งยังมีผลเสียตามมา เช่น มีริ้วรอย เสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ทางที่ดีควรพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ร่างกายจะได้สดชื่นและตื่นตัวตลอดทั้งวัน สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย

เห็นไหม แค่วิธีง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แล้ว อาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย อาจรู้สึกฝืนตัวเองสักนิดในช่วงแรก แต่รับรองได้เลยว่า ความพยายามไม่ศูนย์เปล่าแน่นอน ถือเป็นกำไรเสียด้วยซ้ำ!

กินอาหารอย่างไร ช่วยบำรุงสมองให้ไบรท์ได้

กินอาหารให้เป็น ก็ช่วยบำรุงสมองให้ไบรท์ได้ ไม่เชื่อลองสิ

กินอาหารอย่างไร ช่วยบำรุงสมองให้ไบรท์ได้ สมอง เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะสำคัญอย่างมากในร่างกายของเรา เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานทุกอย่าง การมีสมองที่ฉลาดและสดชื่นแจ่มใสนั้น จะช่วยให้การทำงานและใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นไปอย่างมีความสุข แต่ถ้าหากว่าสมองเกิดความเหนื่อยล้า ขาดสมาธิ หรือมีความจำสั้น มักจะส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตอย่างมากเลยทีเดียว แต่เราสามารถบำรุงสมองของตนเอง ให้สดชื่นและฉลาดได้ ตามหลักการที่นำมาฝากกันนี้เลย

ทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารที่มีประโยชน์ ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการบำรุงสมองเลยทีเดียว เพราะสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับเข้าไปในร่างกายนั้นจะเข้าไปบำรุงสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี และธาตุเหล็ก เป็นต้น จะช่วยเสริมสร้างให้การทำงานของระบบสมองมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความจำดีมากยิ่งขึ้น

หมั่นทานผักและผลไม้

อาหารจำพวกผักและผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนซ์และสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ล้วนมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและระบบสมองเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สมองมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น  เวลาที่เครียดก็จะช่วยหลั่งสารต้านอนุมูลอิสระออกมา ด้วยเหตุนี้ จะเห็นได้ว่าผู้ที่ชื่นชอบทานผักและผลไม้เป็นประจำ นอกจากสุขภาพผิวดีแล้ว ยังมีความจำดีอีกด้วย

ทานอาหารให้ตรงเวลา

การทานอาหารให้ตรงเวลา เป็นสิ่งที่หลายคนทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ ที่มีการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ และภาระหน้าที่การทำงานมักจะทำให้ทานอาหารไม่ค่อยตรงเวลาสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้าง หากอยากจะบำรุงสมองและร่างกายให้มีสุขภาพดี ก็ควรใส่ใจทานอาหารให้ตรงเวลาทั้ง 3 มื้อ ไม่ควรอดมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะอาจส่งผลทำให้สมองอ่อนล้าได้ หรือหากยังไม่สะดวกทานข้าวจริงๆ ก็อาจจะหาของว่างมาทานรองท้องก่อนก็ได้

แบ่งทานเป็นมื้อเล็กๆ

การที่เราแบ่งทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆ สัก 5-6 มื้อต่อวัน จะส่งผลดีต่อร่างกายและการทำงานของระบบสมอง เพราะจะช่วยกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่าสดชื่นอยู่ตลอดเวลา สมองไม่เกิดความอ่อนล้า มีประสิทธิภาพในการทำงานอยู่เสมอ นอกจากนี้แล้ว ประโยชน์ของการทานอาหารมื้อเล็กๆ ยังช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

เคล็ดลับในการกินอาหารบำรุงสมองที่เรานำมาฝาก เรียกได้ว่าเป็นวิธีสุดเบสิกที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และเห็นผลลัพธ์ที่ดีเริ่ดได้จริงๆ  คุณเองก็สามารถเติมสิ่งดีๆ ให้กับสมองได้ ว่าแล้วก็อย่าลืมทำตามดู

5 เคล็ดลับควรทำ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี อายุยืนยิ่งขึ้น

5 เคล็ดลับควรทำ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี อายุยืนยิ่งขึ้น

การมีสุขภาพที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้การใช้ชีวิตของคนเรามักจะหันมาให้ความสนใจในสิ่งยั่วยุที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน การเล่นสื่อโซเซียลมากเกินไปจนทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนและออกกำลังกาย แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มีผลทำให้สุขภาพของเราทรุดโทรมลงได้ แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข หากลองทำตาม 5 เคล็ดลับนี้ล่ะก็ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

1.เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

อาหารเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ซึ่งจะเน้นไปที่ผัก ผลไม้เป็นหลัก และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันสูง ก็จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น

2.บริหารสมอง

สมองของคนเราหากมีการบริหารและกระตุ้นอยู่เสมอจะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย ทั้งยังช่วยลดการหลงๆ ลืมๆ หากระบบประสาทของคนเรามีการใช้งานบ่อยๆร่างกายก็จะหลั่งสารเคมีบางอย่างช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้สุขภาพจิของเราดีและส่งผลให้สุขภาพกายดีด้วย

3.การพักสายตาจากสื่อโซเซียลต่างๆ

ทุกวันนี้ยอมรับเลยนะว่าสื่อโซเซียลมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ถ่ายรูป แชร์ข้อมูลต่างๆ ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่ามันมีผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ทั้งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า ตาแห้ง สายตาพร่ามั่ว หากเล่นไปนานๆก็จะส่งผลให้มีอาการเบลอร่วมด้วย หากเรารักสุขภาพกันควรพักสายตาบ้าง เช่น มองวัตถุที่อยู่ไกลอยู่ใกล้ เดินไปชมต้นไม่สีเขียว กลอกตา กระพริบ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อตา และควรเล่นให้เป็นเวลา ลดการใช้งานโซเซียลลง

4.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งยังทำให้สุขภาพจิตดีตามด้วย ออกกำลังกายวันละนิดละหน่อยก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ แต่หากไม่มีเวลาการทำงานบ้านก็ช่วยได้เหมือนกัน 

5.พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของเราอย่างมาก เพราะร่างกายของคนเราต้องได้รับการพักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมง หากนอนดึกเกินไปหรือนอนไม่เป็นเวลาก็จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าได้ง่าย ส่งผลให้สุขภาพของเราทรุดโทรมไปด้วย ฉะนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้ร่างกายเราสดชื่น ตื่นตัวตลอดทั้งวัน และสุขภาพของเราก็จะดีตามไปด้วย

วิธีที่จะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเราดีขึ้น สร้างได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอยู่ที่ความพยายามและการเปลี่ยนแปลงตัวเองของทุกคน ลองพยายามดูสักนิดสุขภาพเราดีขึ้นแน่นอน

5 เคล็ดลับควรทำ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี อายุยืนยิ่งขึ้น

บทความการรักษาสุขภาพ

7 วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

7 วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

หลายคนอาจจะคิดว่าความร่ำรวยเงินทองคือ บ่อเกิดของความสุข แต่คุณจะมีความสุขกับเงินที่หามาได้อย่างไร หากสุขภาพไม่เอื้ออำนวย ต้องเข้าโรงพยาบาลไปพบหมอมากกว่าได้เดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว สุขภาพจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งก็สามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา

ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

2.ดื่มน้ำให้พอเพียง

พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้สดชื่นผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ช่วยให้ปอดและหัวใจทำงานได้ดี อีกทั้งยังช่วยสลายไขมัน ซึ่งจะช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วย

Advertisement

4.นอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียง

นอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียงไม่เพียงแต่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังทำให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นแจ่มใส มีพลังในการทำงานและการใช้ชีวิต

5.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

เป็นที่รู้กันว่า การสูบบุหรี่และดื่มเหล้านั้นเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ มะเร็งปอด การหลีกเลี่ยงหรือพยายามลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีขึ้น เพราะหากคุณไม่รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายก็ย่อมเป็นการลดปัจจัยที่จะมาทำลายสุขภาพของคุณนั่นเอง

6.รักษาสุขภาพจิตให้ดี

การมีสุขภาพจิตที่ดีย่อมส่งผลให้สุขภาพร่างกายดีไปด้วย และการมีสุขภาพจิตที่ดีนั้นก็สามารถทำได้โดยการทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ หากิจกรรมที่ชอบทำ ฝึกสมาธิปฏิบัติธรรม เป็นต้น

7.ให้เวลากับคนในครอบครัว

ความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว เป็นแหล่งที่มาอีกแห่งหนึ่งของความสุข การให้ความสนใจกับธุระการงานจนลืมที่จะแบ่งเวลาให้กับคนในครอบครัวย่อมทำให้ความสุขในครอบครัวลดน้อยลง ใส่ใจกับครอบครัวให้มากขึ้น สร้างความสมดุลให้กับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน เท่านี้คุณก็หาความสุขได้ในทุก ๆ วันได้แล้ว

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และการมีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณสามารถสัมผัสกับความสุขที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่มันยังเป็นแหล่งกำเนิดของความสุขด้วยตัวของมันเอง และมันคงไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากอะไรถ้าคุณจะหันมาใส่ใจกับสุขภาพเสียแต่บัดนี้ เพื่อที่คุณจะได้มีความสุขได้มากขึ้นในทุกวันที่ผ่านไป

7 วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

อาหารลดน้ำหนัก การดูแลสุขภาพ

เมนูอาหารคลีน สำหรับสาวขี้เกียจ

อยากผอม อยากกิน อาหารคลีน แต่ก็ขี้เกียจทำอาหาร ใครเป็นแบบนี้บ้างเอ่ยยย ใครที่เป็นสายขี้เกียจทำอาหารแบบนี้ ตามเรามาทางนี้เลยค่าา วันนี้เรามี เมนูอาหารคลีน ง๊ายง่ายยย มาให้ลองทำตามกันค่าา

ต้องบอกว่าปัจจุบันมีร้านขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารคลีนมากมายค่ะ ใครที่ไม่มีเวลาจะไปหาซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้ก็ได้ ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ แถมบางอย่างแค่นำมาปรุงนิดหน่อย หรือนำไปผัดเล็กน้อย ก็ได้เมนูอาหารคลีนสุดน่ากิน ในเวลาไม่นานแล้วล่ะค่า จำไว้เลยค่ะสาวๆ ถ้าอยากผอม การเลือกกินอาหารหรือทำอาหารกินเองจะช่วยควบคุมแคลอรี่ได้ดีที่สุดเลยล่ะค่า ว่าแล้วก็มาดูไอเดียอาหารดีๆ

ข้าวไข่ข้นลูกชิ้นอกไก่

ข้าวไข่ข้นลูกชิ้นอกไก่
  • โปรตีนแน่นแต่เช้าจ๊ะทั้งไข่และลูกชิ้นอกไก่
  • ข้าวเบาเบา แคลลอรี่น้อยแต่ฟูเต็มท้องเพราะผสมบุก ทำง่ายแต่หน้าตาน่าทานเด้อ

เครปไข่ขาวอกไก่ ซอสสุกี้

เครปไข่ขาวอกไก่ ซอสสุกี้
  • เราใช้ไข่ขาวที่เป็นขวดสะดวกดีเหมือนกัน ใช้ไฟอ่อนทำเครปเด้อ ไม่ต้องผสมอะไรเลย
  • อกไก่นุ่มรสไปซี่ ลืมความอกไก่ แห้งๆไปได้เลย
  • น้ำจิ้มสุกี้สูตรคลีน คืออร่อยมากๆ รสชาติคือนัว (ไม่แหลมเลยจ๊ะ) เห็นว่ากินกับอะไรก็อร่อย เทใส่ไข่ขาวเลย เฮ้ยอร่อยจริง น้ำจิ้ม

กุ้งย่างเครื่องเทศ

กุ้งย่างเครื่องเทศ

ส่วนประกอบ

  • กุ้ง – พริกหวาน – กระเทียม
  • หอมใหญ่ – พริกไทย .

วิธีทำ

  • ย่างกุ้งก่อนเลย แล้วนำขึ้นมาพัก
  • ผัดหอมใหญ่ กระเทียม พริกไทย
  • นำกุ้งที่ย่างแล้วไปผัดด้วย (ถ้าอยากให้เข้าเนื้อหน่อยต้องอบสักนิด)

ขนมปังไข่คนไร้น้ำมัน

ขนมปังไข่คนไร้น้ำมัน
  • ผัดไข่ใส่ผักตามใจชอบ (เครื่องปรุงภัทรเหยาะซอสปรุงรสไปนิดเดียว)
  • ปิ้งขนมปังโฮลต์วีท
  • ที่เห็นวางข้างๆ คือคางกุ้ง เพิ่มรสชาติและความกรอบ กรึบๆ

ไข่อบชีส
เมนูนี้คนรักชีสห้ามพลาด

  • ไข่ ชีม ครีมสด ผัก
    ผสมเข้าด้วยกันแล้วเอาไปอบในหม้อลมร้อน/เตาอบ

เคล็ดลับ “ลดน้ำหนัก” ที่ไม่ใช่แค่ “กินน้อยลง-ออกกำลังกาย” ถึงจะเห็นผล

ไม่ใช่เพียงแต่กินให้น้อยลง และออกกำลังกายเท่านั้น หากคุณอยากลดน้ำหนักอย่างได้ผล และรวดเร็ว ยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติมที่อยากแนะนำให่ได้ลองทำควบคู่กันไปด้วย

หลายคนอาจคิดว่า การลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วน ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่กินอาหารให้น้อยลง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่จริง ๆ แล้วยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น (อีกนิด) และเห็นผลได้ไวขึ้น

เคล็ดลับ “ลดน้ำหนัก” ที่ไม่ใช่แค่ “กินน้อยลง-ออกกำลังกาย” ถึงจะเห็นผล

เคล็ดลับ “ลดน้ำหนัก” ที่คุณอาจไม่รู้

  • ลดกินเค็ม

ถึงแม้ว่าจะกินอาหารน้อยลงแล้ว แต่หากยังกินอาหารรสจัด โดยเฉพาะรสเค็มอยู่ ก็ยังเสี่ยงน้ำหนักลงยากขึ้น เพราะโซเดียมทำให้ตัวบวม โซเดียมที่สะสมอยู่ในร่างกายมากเกินความจำเป็นในปริมาณ 400 มิลลิกรัม ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1 กิโลกรัมได้เลยทีเดียว ดังนั้นใครที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยการรับประทานส้มตำปูปลาร้า ยำต่าง ๆ โปรดระวังการปรุงรสด้วย อย่าปรุงรสจัดจนเกินไป
นอกจากนี้ การรับประทานรสเค็มมาก ๆ ยังเป็นการเพิ่มระดับเกรลิน (ฮอร์โมนหิว) จึงอาจทำให้เรายิ่งเจริญอาหารมากกว่าเดิมได้อีกด้วย
อยากจะแนะนำให้ลดการปรุงรสอาหาร ไม่ใช่แค่รสเค็ม รวมถึงรสหวาน (น้ำตาล) และมัน (จากไขมันไม่ดี) ด้วย

  • เน้นโปรตีนดี ไขมันดี แป้งเชิงซ้อน และใยอาหารสูง

ช่วงลดน้ำหนัก นอกจากจะจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานแล้ว ควรเน้นไปที่อาหารประเภทโปรตีนดี (ไขมันจากสัตว์น้อย เช่น อกไก่ ไข่ขาว เนื้อปลาเลาะหนัง ถั่วต่าง ๆ) ไขมันดี (น้ำมันมะกอก อะโวคาโด) แป้งเชิงซ้อน (ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท) และใยอาหารสูง (ธัญพืชต่าง ๆ ผักผลไม้สด ไม่คั้นแยกกาก) และอย่าลืมว่าต้องกินให้ครบ 5 หมู่ทุกมื้อ

  • รับประทานอาหารให้เป็นเวลา

อยากให้ลืมเรื่องการแบ่งมื้ออาหารออกเป็นหลาย ๆ มื้อเพื่อให้ท้องอิ่มอยู่ตลอดเวลาไปก่อน เพราะจริง ๆ แล้วการปล่อยให้ร่างกายเข้าสู่โหมด fasting หรืออดอาหารบ้าง จะส่งผลดีต่อร่างกายได้มากกว่า รวมถึงช่วงที่ลดน้ำหนักด้วย เพราะฉะนั้นการรับประทานให้ตรงเวลา ไม่มีมื้อย่อย มื้อของว่าง มื้อสาย หรือมื้อดึก จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้นมากกว่า

เคล็ดลับ “ลดน้ำหนัก” ที่ไม่ใช่แค่ “กินน้อยลง-ออกกำลังกาย” ถึงจะเห็นผล
  • ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่ง

หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอาจจะวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นแอโรบิคเป็นบ้าเป็นหลัง ซึ่งเป็นการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินของร่างกายออกไปอย่างได้ผล แต่อันที่จริงแล้วหากอยากออกกำลังกายด้วยคาร์ดิโออย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น แม้จะใช้เวลาเท่าเดิม จะต้องออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งควบคู่กันไปด้วย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง สามารถคาร์ดิโอได้ดียิ่งขึ้น เช่น กล้ามเนื้อขาแข็งแรง หัวใจแข็งแรง ก็จะสามารถวิ่งได้นานขึ้น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแอโรบิคได้นานขึ้นนั่นเอง

สิ่งสำคัญที่สุดของการลดน้ำหนัก คือ การมีวินัยในตัวเอง ทำให้ได้แบบเดิมเรื่อย ๆ นาน ๆ ไม่ใจอ่อนเผลอกินอาหารพลังงานสูง หรืองดเว้นจากการออกกำลังกายไปนาน ๆ และต้องให้เวลากับการลดน้ำหนัก อย่าใจร้อน ไม่ควรน้ำหนักลดเกิน 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 4 กิโลกรัมต่อเดือน เพราะหากน้ำหนักลดลงรวดเร็วเกินไป จะส่งผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย และยังมีความเสี่ยงที่น้ำหนักจะกลับมาเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม เพราะการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเปลี่ยนไปได้อีกด้วย

อาหารเย็น แบบไทยๆ แคลอรีต่ำ ช่วยลดน้ำหนัก กินแล้วพุงไม่ยื่น

ใครที่กำลังมองหาเมนู ลดน้ำหนัก แบบง่ายๆ แต่ไม่ชอบกินสลัดเอาซะเลย ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะแค่เมนูไทยๆ ของบ้านเราก็ช่วยให้ผอมได้เช่นกัน! เพราะอาหารไทยมีทั้งใยอาหาร ที่ช่วยให้อิ่มทน อิ่มนาน มีความเผ็ด ที่ช่วยในการเผาผลาญ กระตุ้นความร้อนในร่างกาย มีผักเยอะ ไม่ต้องกลัวขาดวิตามินและสารอาหารอื่น และที่สำคัญ ไขมันต่ำ ใครที่กำลังไดเอ็ตห้ามพลาดเมนูเด็ดเหล่านี้เลยล่ะค่า

อาหารเย็นแบบไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก : ยำวุ้นเส้น

วุ้นเส้น เป็นเมนูลดความอ้วน เมนูแรกๆ ที่หลายคนมักนึกถึงค่ะ โดยเฉพาะยำวุ้นเส้น ซึ่งยำวุ้นเส้นเป็นเมนูแคลอรีต่ำ ที่ให้พลังงานเพียง 120 แคลอรีเท่านั้นค่ะ ใครที่กำลังลดความอ้วนอยู่ เลือกเมนูนี้เป็นเมนูอาหารเย็นก็ดีไม่น้อยค่า

อาหารเย็นแบบไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก : น้ำพริกกับผักต้ม

เมนูไทยไทยอย่างน้ำพริกนี่ล่ะค่ะ บอกเลยว่า ลดความอ้วนได้ดีเชียวล่ะ! จะเป็นน้ำพริกปลาร้า หรือน้ำพริกกะปิ ก็แซ่บได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน แต่แนะนำว่า น้ำพริกอย่าปรุงเค็มจนเกินไปค่ะ เพราะอาจจะทำให้บวมน้ำได้ และควรลดข้าว เปลี่ยนเป็นกินคู่กับผักต้มจะผอมกว่านะคะ

อาหารเย็นแบบไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก : ขนมจีนน้ำยาป่า

นอกจากยำวุ้นเส้นแล้ว เมนูขนมจีน ยังเป็นเมนูเส้นๆ อีกเมนูหนึ่ง ที่ช่วยลดความอ้วนได้เช่นกันค่ะ โดยอาจเลือกน้ำยาที่กินคู่กันเป็นน้ำยาป่า หรือน้ำยาที่ไม่มีกะทิจะเหมาะที่สุดในการลดความอ้วนค่ะ และถ้าจะให้ผลดีที่สุด ควรกินเส้นขนมจีนน้อยๆ ใส่ผักเยอะๆ หรือจะเปลี่ยนไปกินผักแทนเส้นขนมจีน แล้วราดด้วยน้ำยาป่า ก็ผอมแน่นอนค่า

อาหารเย็นแบบไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก : ยำมะเขือยาว

มะเขือยาวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระค่ะ แถมยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มได้ทนและนาน อีกด้วย แทนที่จะเลือกกินเป็นผัดมะเขือยาวที่มีน้ำมันเยอะ แนะนำเป็นยำมะเขือยาวที่แคลอรีน้อยกว่าจะดีกว่านะคะ

อาหารเย็นแบบไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก : ไก่ย่างส้มตำ

เป็นเมนูที่หากินง่ายสุดๆ ค่ะ สำหรับไก่ย่างส้มตำ แต่ถ้าจะกินให้ผอมแนะนำว่าขอให้หาส้มตำที่ไม่ใส่ผงชูรสและน้ำตาลจนหวานเจี๊ยบ และกินกับไก่ย่าง (ไม่กินหนัง) แทนข้าวเหนียวจะดีกว่านะค้า

อาหารลดน้ำหนัก ในเซเว่น ไขมันต่ำ แคลน้อย คนลดน้ำหนักกินได้

ลดน้ำหนัก กินอะไรดี? ใครที่คิดไม่ออก แค่เดินเข้า เซเว่น ก็มี อาหารลดน้ำหนัก ให้เลือกมากมายแล้วล่ะค่ะ เพราะเซเว่นเดี๋ยวนี้ต้องบอกว่ามีของเฮลตี้ กินแล้วดี ไม่เพิ่มน้ำหนักอยู่มากมาย แต่ถ้าใครที่เดินเข้าเซเว่นแล้วยังลังเลอยู่อีกว่าจะซื้ออะไรดี ที่ไขมันน้อย แคลอรี่ต่ำ กินแล้วไม่อ้วนแน่ๆ วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ ที่ทางเพจ แหมทำเป็นฟิต เค้ารวบรวมมาให้แล้วค่ะ กับ อาหารลดน้ำหนัก ในเซเว่น ไขมันต่ำ แคลน้อย คนลดน้ำหนักกินได้‼️ แต่ละอย่างกินง่าย ซื้อง่าย ช่วยให้ผอมจริงแน่นอนจ้าา

คำแนะนำ ในการเลือกซื้ออาหารในเซเว่น

📌 พกสติไปด้วยเสมอ (การเข้าเซเว่นไปโดยไม่เอาน้องสติไปด้วย คุณจะออกมาพร้อมขนมไม่รู้ตัว)
📌 ไม่ควรที่จะฝากทุกมื้อไว้ที่เซเว่น สลับไปกินอาหารข้างนอกบ้าง (เซเว่นคือเน้นสะดวก แต่ถ้าใครเน้นประหยัด เน้นอาหารที่หลากหลาย ก็ต้องเวียนไป)
📌 น้ำตาลและโซเดียมเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาเสมอในอาหารเพื่อรสชาติ (อยู่ที่ตัวเราแล้วว่าจะบริหารยังไง อย่างน้อยๆ ก็ไม่ควรกินโซเดียมเกินวันละ 2,000 mg ซึ่งโดยปกติอาหารทั่วไป ตามสั่งโซเดียมก็จะสูง ดังนั้นไม่ว่าจะกินอาหารเซเว่นหรือไม่ ก็ต้องบริหารจัดการโซเดียมอยู่ดี)
📌 นอกเหนือลิสต์นี้ก็ทานได้ แต่ใช้หลักการคุมอาหารให้เป็น

  • โปรตีน มีเยอะก็จริงแต่ให้ดูเรื่องโซเดียมประกอบด้วย
  • คาร์บ เลือกไม่ขัดสี/แต่พวกขัดสีไม่ใช่ว่ากินไม่ได้ แคลอรี่ไม่ต่าง (ที่ควรกินน้อยๆ จริง คือ เบเกอรี่/ขนมถุง/พวกน้ำตาลสูงทั้งหลาย/ขนมที่หวานปรี๊ดๆ)
  • ขนม เลือกที่แคลอรี่ต่ำ แต่ขนมก็คือขนม กินได้แต่ควรกินน้อยๆ
  • น้ำ เลือกแบบน้ำตาล 0% หรือหวานน้อยเข้าไว้
  • ไขมัน เลือกไขมันดี (ไข่/นมอัลมอนด์/ถั่วลิสง/อัลมอนด์) เลี่ยงไขมันทรานส์ (ขนมถุง/เบเกอรี่)
  • นม/โยเกิร์ต ไม่จำเป็นต้องไขมัน 0% เสมอไป ให้ดูทั้งสามย่างประกอบกัน (แคลอรี่+น้ำตาล+ไขมัน)

อาหารแต่ละแบรนด์ในเซเว่นก็มีส่วนผสมต่างกันไปค่ะ แนะนำให้ดูสารอาหารต่างๆ ให้ถี่ถ้วน บาลานซ์ให้ดีว่าแต่ละอย่างควรกินเท่าไหร่ จึงจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารนั้นๆ มากที่สุดค่า

อกไก่นุ่ม ราคา 40 บาท

อกไก่นุ่ม ราคา 40 บาท
  • พลังงาน 80 kcal
  • โปรตีน 17 กรัม
  • น้ำตาล 0 กรัม
  • ไขมัน 0.5 กรัม
  • โซเดียม 350 มก.

อกไก่นุ่มกระเทียมพริกไทย ราคา 40 บาท

อกไก่นุ่มกระเทียมพริกไทย ราคา 40 บาท
  • พลังงาน 90 kcal
  • โปรตีน 17 กรัม
  • น้ำตาล 2 กรัม
  • ไขมัน 1 กรัม
  • โซเดียม 380 มก.

ไข่ต้ม ราคา 16 บาท

ไข่ต้ม ราคา 16 บาท
  • แหล่งไขมันและโปรตีนที่ดี
  • เป็นแหล่งพลังงานที่ดี กินเพิ่มโปรตีนในแต่ละมื้ออาหาร

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ราคา 17 บาท

ข้าวไรซ์เบอร์รี่  ราคา 17 บาท
  • แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดี Low GI ร่างกายค่อยๆ ดูดซึม
  • กินแล้วอิ่มนาน อยู่ท้อง

ขนมปังโฮลวีต ราคา 22 บาท

ขนมปังโฮลวีต  ราคา 22 บาท
  • พลังงาน 130 kcal / 2 แผ่น
  • โปรตีน 6 กรัม
  • น้ำตาล 2 กรัม
  • ไขมัน 2.5 กรัม
  • โซเดียม 200 มก.

ผักเคียง ราคา 29 บาท

ผักเคียง  ราคา 29 บาท
  • เพิ่มเกลือแร่และไฟเบอร์
  • สามารถกินเพิ่มได้ในทุกมื้ออาหาร

สลัดผัก 3 สี อกไก่และไข่ต้ม ราคา 25 บาท

สลัดผัก 3 สี อกไก่และไข่ต้ม  ราคา 25 บาท
  • พลังงาน 190 kcal
  • น้ำตาล 5 กรัม
  • ไขมัน 12 กรัม
  • โซเดียม 390 มก.

กาแฟดำ ราคา 25 บาท

กาแฟดำ  ราคา 25 บาท
  • กระตุ้นร่างกายยามเช้า
  • สั่งแบบไม่ใส่น้ำตาล หากเพิ่มนม ให้เลือกเป็นนม Low Fat เพื่อลดแคลอรี่

น้ำเต้าหู้ หวานน้อย ราคา 13 บาท

น้ำเต้าหู้ หวานน้อย  ราคา 13 บาท
  • พลังงาน 70 kcal
  • โปรตีน 7 กรัม
  • น้ำตาล 5 กรัม
  • ไขมัน 2 กรัม
  • โซเดียม 25 มก.

นมไฮโปรตีน สูตรไม่เติมน้ำตาลทราย ราคา 49 บาท

นมไฮโปรตีน สูตรไม่เติมน้ำตาลทราย  ราคา 49 บาท
  • พลังงาน 170 kcal
  • โปรตีน 25 กรัม
  • น้ำตาล 10 กรัม
  • ไขมัน 3 กรัม
  • โซเดียม 210 มก.

โยเกิร์ตบัลแกเรีย สูตรไขมัน 0% ราคา 20 บาท

โยเกิร์ตบัลแกเรีย สูตรไขมัน 0%  ราคา 20 บาท
  • พลังงาน 60 kcal
  • โปรตีน 5 กรัม
  • น้ำตาล 8 กรัม
  • ไขมัน 0 กรัม
  • โซเดียม 40 มก.

โยเกิร์ต Fat 0% ราคา 15 บาท

โยเกิร์ต Fat 0%  ราคา 15 บาท
  • พลังงาน 70 kcal
  • โปรตีน 5 กรัม
  • น้ำตาล 8 กรัม
  • ไขมัน 0 กรัม
  • โซเดียม 70 มก.

อาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค

ใครที่อยากเริ่มลดน้ำหนัก และคิดว่าจะลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิค (Ketogenic Diet) อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามี อาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค มาฝากกัน! เชื่อว่าหลายๆ คนเลือกที่จะลดน้ำหนักแบบคีโต เพราะไม่อยากกินคลีน ไม่อยากลดของมัน ของทอดใช่ไหมล่ะคะ แต่จะบอกว่าการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค ก็จำเป็นจะต้องเลือกกินอาหารที่เหมาะสมเช่นกันค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นก็ทำให้อ้วนได้เหมือนเดิม แถมยังไม่ทำให้น้ำหนักลดลงด้วย!

หลักการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค (Ketogenic Diet)
สัดส่วนการกินอาหารสำหรับคีโตเจนิคนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไขมัน 75% โปรตีน 20% และคาร์โบไฮเดรต 5% ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่ว่านี้ก็ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตจากผักด้วยนะคะ ไม่ใช่จากข้าวแต่อย่างใด!

ที่สำคัญ สูตรลดน้ำหนักแบบคีโตจะเป็นการจำกัดการกินแป้งและน้ำตาล หรือกินในปริมาณที่ต่ำมากๆ ซึ่งเมื่อร่างกายเราไม่มีน้ำตาลเข้าไป ร่างกายเราก็จะไปหยิบไขมันในร่างกายออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานแทนนั่นเองค่ะ

เครื่องปรุงสำหรับทำอาหารประเภทคีโตเจนิค
อย่างที่บอกค่ะว่า แม้จะเป็นการลดน้ำหนักแบบกินไขมันเป็นหลัก แต่ร่างกายก็ต้องการไขมันดีเช่นกัน ซึ่งหากใครที่ทำอาหารกินเอง ก็จำเป็นต้องเลือกเครื่องปรุงที่นำมาใช้ทำอาหารกันด้วยค่ะ

  • น้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร : น้ำมันมะกอกแบบ Extra Light, น้ำมันหมู, เนย, น้ำมันมะพร้าว สำหรับทำอาหาร
  • เครื่องปรุง : น้ำปลา, กะปิ (ไม่มีผงชูรส, น้ำตาล) เกลือ, มะนาว, สารให้ความหวานสำหรับคีโต
  • สารให้ความหวานที่คีโตกินได้มี 4 อย่าง : สตีเวีย, อินนูลิน, อิริททอล, หล่อฮั่งก้วย

ลดน้ำหนักด้วยการ “นับแคล”

การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้มีร่างกายที่ผอมเพรียว หรือมีน้ำหนักที่ลดลงได้กลับกลายเป็นการควบคุมอาหารด้วยวิธีการที่เรียกว่า “นับแคล” หรือ “นับแคลอรี่ของอาหารที่รับประทานเข้าไป” วิธีการที่ว่านี้ต้องทำอย่างไร แล้วจะได้ผลดีจริงหรือไม่ มาหาคำตอบด้วยกันดีกว่าค่ะ

ลดน้ำหนักด้วยการ "นับแคล"

โดยเฉลี่ยแล้ว ใน 1 วัน คนเราจะต้องรับประทานอาหารวันละประมาณ 2,200 กิโลแคลอรี่ แต่ก็มีความแตกต่างกันเล็กๆน้อยๆตามเพศ อายุ หรือกิจกรรมที่ทำระหว่างวัน ทีนี้…หากเราต้องการจะลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลกรัม เราจำเป็นต้องเผาผลาญพลังงานให้ได้ถึงประมาณ 7,700 กิโลแคลอรี่ ซึ่งการที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้สูงเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการ ‘นับแคล‘ เข้ามาช่วย

เคล็ดลับการนับแคลอรี ดังนี้

  • การใช้ตาชั่งวัดปริมาณแคลอรี่
    วิธีนี้เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะตาชั่งจะไม่หลอกเรา หากคุณทำอาหารทานเองที่บ้าน การใช้ตาชั่งน่าจะเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดในการกำหนดปริมาณแคลอรี่ที่ควรจะได้รับในแต่ละมื้อ
  • กะปริมาณด้วยมือตัวเอง
    วิธีนี้สามารถทำได้จริงทุกที่ หากคุณยังไม่มีเครื่องชั่งที่ได้มาตรฐาน แค่ลองกะคร่าวๆ ก็น่าจะช่วยให้การนับแคลอรี่ง่ายขึ้นได้ การกะประมาณด้วยสายตามีหลักการดังต่อไปนี้ค่ะ
    – ฝ่ามือเรา (นิ้วไม่เกี่ยว) ประมาณ 3 ออนซ์
    – กำปั้นเรา ประมาณ 1 ถ้วยตวง
    – อุ้งมือ ประมาณ 1ออนซ์
    – นิ้วโป้ง ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
    – ปลายนิ้วโป้ง ประมาณ 1 ช้อนชา
ลดน้ำหนักด้วยการ "นับแคล"
  • สอบถามรายละเอียดอาหาร
    แม้วิธีนี้จะทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนที่เรื่องมาก แต่มันก็ช่วยคุณได้เยอะเลยทีเดียว เพราะการดูแค่เมนูอาหารอาจไม่ได้ทราบถึงส่วนผสมที่แน่ชัด ดังนั้น หากคุณสามารถถามหรือสั่งแบบเจาะจงได้ ก็จะดีมากกว่า ลองถามพนักงานไปเลยว่า “ใช้เนื้อส่วนไหน” “ติดมันเยอะมั้ย” หรือ “ใส่อะไรบ้าง” คุณจะได้กะปริมาณการบริโภคได้ถูกต้องตามแคลค่ะ

การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และไม่มีทางประสบผลสำเร็จได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆเพียงไม่กี่สัปดาห์ หากต้องการให้รูปร่างกระชับและผอมลงได้ คุณจำเป็นต้องใช้เวลากับมันอย่างน้อยๆ 3เดือนขึ้นไป ซึ่งหลังจากที่คุณบากบั่นนับแคลอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะเห็นถึงผลลัพธ์ของการมีหุ่นผอมเพรียวได้อย่างชัดเจน เพราะหากคุณสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ทุกวัน รับรองว่าจะมีน้ำหนักตัวที่ลดลงเรื่อยๆได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่จะออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่กล้ามเนื้อควบคู่ไปด้วย เพราะนั่นถือเป็นการผอมแบบมีสุขภาพดีมากที่สุด

Wordpress Social Share Plugin powered by Ultimatelysocial